พระเจ้ามีจริงหรือไม่สวรรค์อยู่ที่ไหนแล้วใต้โลกคือนรกหรือ ?
เรื่องของ สวรรค์ และ พระเจ้า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อสิ่งเป็นสิ่งที่มีพลังอันมหาศาลต่อมวลมนุษย์ ตามหลักคำสอนในศาสนาคริสต์ หรือศาสนาอื่นๆ รวมถึงศาสนาตั้งแต่สมัยโบราณต่างๆ ก็ล้วนแต่สอนว่าพระเจ้าหรือเทพเจ้าก็ตามที่เป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่งขึ้นบนโลก และคอยสอดส่องดูแลสิ่งที่พระองค์สร้างขึ้น มีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่าพระเจ้ามีจริงหรือไม่? โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยที่เทคโนโลยีด้านต่างๆเจริญก้าวหน้าไปมาก จนทำให้เราทราบถึงสภาวะที่เป็นจริงของโลกและอวกาศ รวมไปถึงใต้พื้นโลกเราก็สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเช่นไรแต่ถึงแม้เราจะได้คำตอบที่น่าเชื่อกว่าแล้วว่า สิ่งต่างๆของโลกและจักรวาลคืออะไร และในเรื่องของศาสนาและความเชื่อ เราก็ยังคงจำกัดไว้เป็นเรื่องของศรัทธามากกว่าการจะนำไปเปรียบเทียบกับความเป็นจริง โดยจะยกเอาไว้ไม่ไปสานต่อถามหาความจริงกันต่อไปว่าสิ่งที่เราเคยเชื่อในเรื่องพระเจ้ากับสวรรค์มีจริงหรือไม่ ทั้งที่เราก็ทราบกันแล้วว่าเหนือท้องฟ้าขึ้นไปก็คืออวกาศ และใต้โลกลงไปก็คือชั้นใต้พื้นโลกที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งวิทยาศาสตร์กับศาสนาหรือความเชื่อนั้นก็มักสวนทางกันเสมอ และด้วยสาเหตุนี้เอง ในประวัติศาสตร์จึงมักมีนักวิทยาศาสตร์ออกมาเปิดเผยความรู้ใหม่ในเรื่องของโลกและจักรวาลมักถูกกล่าวหาว่าท้าทายศาสนากันอยู่เสมอ จนแม้ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์มักถูกกล่าวหาจากฝ่ายศาสนาว่าเป็นพวกบ่อนทำลายศาสนา หรือเป็นสมุนรับใช้ให้กับปีศาจซาตานไปเลยก็มี เนื่องจาก “ตรรกะ” หรือ “ความเป็นจริง” แทงบอลออนไลน์ ที่นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาและค้นพบในเรื่องต่างๆนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเหตุเป็นผลที่ทำให้ความเชื่อดั้งเดิมอย่างไม่มีเหตุผล กลายเป็นความเชื่อที่อาจฟังดูไร้สาระไปเลย ซึ่งศาสนจักรยุคใหม่ไม่ว่าจะศาสนาใดก็ตาม ก็มักปรับเปลี่ยนแนวทางในการสอนให้ผู้คนเชื่ออย่างเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าการบังคับให้ต้องเชื่ออย่างเช่นในสมัยโบราณที่ผ่านมา สอนให้ผู้คนในศาสนานั้นๆยังคงมีศรัทธาต่อศาสนาเสมอสิ่งเคารพ สิ่งที่สามารถฟอกชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ได้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกที่สุ่มเสี่ยงทำให้จิตใจของเราเข้าใกล้ต่อบาปหรือความเห็นแก่ตัวนานาได้ พระเจ้าและสวรรค์ในยุคปัจจุบันจึงไม่ใช่ “ตัวตน” ที่พึงต้องหาความจริง แต่เป็น “จิตใจ” ที่ฝังลึกอยู่ในความเคารพศรัทธามากกว่า เพราะหากมนุษย์ขาดซึ่งความศรัทธาแล้วเราก็คงไร้จิตวิญญาณไปเลย
ความเชื่อหรือความศรัทธาในโลกยุคใหม่นี้ อาจเป็นอย่างเช่นคำพูดเก่าแก่ที่เรามักเคยได้ยินได้ฟังกันอย่างเสมอว่า “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ” คำๆนี้มีความหมายว่า “สวรรค์ก็คือศรัทธา การไร้ซึ่งศรัทธาก็คือการเดินลงสู่ขุมนรกไปนั่นเอง” ????